เรานั้นจะลอยมาติดที่ชายหาดบนเกาะแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นจะมีสาวผมสีม่วงช่วยพาเราไปหาหมอ จนกระทั่งเมื่อเราฟื้นขึ้นมา หมอจะแนะนำตัวเองว่าเธอชื่อ Jeanne เธอจะบอกว่าเธอเจอเราอยู่หน้าประตู และเธอก็ไม่รู้จักสาวที่ผมสีม่วงด้วย จากนั้นเธอจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับบนเกาะ Beacon นี้และประภาคารที่บรรพบุรุษของเธอนั้นดูแลและส่งต่อกันมากว่า 20 รุ่นแล้ว

เมื่อเราตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ Jeanne จะพาเราไปที่ฟาร์มทิ้งร้างแห่งหนึ่งที่เราสามารถอาศัยอยู่ได้ นอกจากนั้นเธอจะเรามาทั้ง จอบ, บัวรดน้ำ, และเมล็ด Cabbage และอธิบายวิธีการปลูกผักเบื้องต้น

Note

หากเราใช้เมล็ด Cabbage ปลูกจนหมดแล้ว เราสามารถไปคุยกับ Jeanne เพื่อรับเมล็ด Cabbage เพิ่มอีก 10 ถุงได้เรื่อย ๆ ในช่วงนี้

ในเช้าวันถัดมา เราจะได้ยินเสียงใครบางคนกำลังขอความช่วยเหลือ เมื่อเราออกมาสำรวจหน้าบ้าน เราจะได้ยินเสียงที่บอกให้เราถอนวัชพืชที่อยู่ตรงหน้า จนเมื่อเราถอนออกแล้วเราจะพบกับศิลาหินแผ่นหนึ่งอยู่ใต้นั้น เมื่อเราหยิบมันขึ้นมา เราจะพบกับ Rowan ภูติแห่งพืชผล เขาจะขอบคุณเราที่ช่วยเขาไว้ จากนั้นเขาจะพูดถึงแผ่นศิลาที่เราเพิ่งเก็บมา และแนะนำว่าให้ลองไปถาม Jeanne ดู เผื่อว่าจะรู้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม

ให้เราเดินออกจากฟาร์มไปทางทิศตะวันตกของฟาร์ม จากนั้นให้ขึ้นไปทางเหนือ เราจะเจอกับบ้านของ Jeanne เธอจะบอกว่าเธอไม่เคยเห็นศิลาแบบนี้มาก่อนเลย แต่เธอสังเกตว่ารูปร่างของศิลานั้นคลับคล้ายคลับคลากับอะไรบางอย่างที่อยู่บริเวณประภาคาร จากนั้นเรากับจีนจะพากันไปประภาคารซึ่งเธอเคยเล่าเอาไว้ว่ามีตำนานเกี่ยวกับผู้พิทักษ์ที่สถิตอยู่ ณ ยอดของประภาคารและคอยส่องแสงสว่างไสวไปทั่วทั้งเกาะเพื่อให้ที่นี่เจริญงอกงาม หลายปีผ่านไปพายุครั้งใหญ่ก็พัดโหมกระหน่ำเข้ามาและตั้งแต่ตอนนั้นประภาคารก็เปลี่ยนไป ชาวเมืองทุกคนต่างช่วยกันเพื่อซ่อมแซมประภาคาร แต่จนแล้วจนรอดวันหนึ่งแสงจากประภาคารก็ดับลง แล้วเกาะทั้งเกาะก็เริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นมา

Jeanne นั้นจะสำรวจประภาคาร และตัดสินใจจะใส่แผ่นศิลาลงในช่องว่างหน้าประภาคาร เมื่อใส่ลงไปแล้วเราจะได้เห็นว่าไฟประภาคารเริ่มกลับมาส่องแสงอีกครั้งแล้ว ขณะที่ จีน นั้นกำลังประหลาดใจที่ประภาคารเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง โรแวนจะโผล่มาและบอกกับเราว่าตอนนี้ดินต่าง ๆ ที่อยู่บนเกาะนั้นได้รับการฟืนฟูแล้ว แต่ Jeanne จะเหมือนเห็นว่าเรานั้นกำลังพูดอะไรไม่รู้อยู่คนเดียว นั่นแสดงว่า Jeanne คงไม่สามารถมองเห็นภูตเก็บเกี่ยวเหมือนกับเราได้นั่นเอง