ในภาคนี้มีรายะละเอียดในการซื้อของเพิ่มเข้ามาหนึ่งอย่างนั่นก็คือ การจำกัดจำนวนของของในแต่ละวัน แต่ละร้านภายในเกมจะมีสินค้าอยู่ในสต็อกรอขายให้เราอยู่อย่างจำกัดและไม่เท่ากัน บางวันอาจจะมีเยอะมาก แต่บางวันก็มีน้อย ดังนั้นในเกมภาคนี้เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การสต็อกของเอาไว้ใช้ อย่างเช่นการซื้อตุนเมล็ดเก็บไว้ปลูกทั้งเดือนในครั้งเดียวหรือสองครั้ง เพราะมันมีโอกาสที่คราวต่อไปที่เรามาซื้ออาจจะมีเมล็ดให้ปลูกไม่มาพอก็ได้ ทำให้เสียโอกาสในการปลูกไปอีกได้

เราสามารถสังเกตจำนวนที่มีขายในวันนั้นได้ที่ท้ายรายการของของชิ้นนั้น จะมีตัวเลขบอกจำนวนอยู่

Town Shops

  • General Store — เปิด 9:00 – 18:00 หยุดวันอาทิตย์
  • Antique Shop — เปิด 9:00 – 19:00 วันอาทิตย์, อังคาร, พุธ, ศุกร์
  • Carpenter — เปิด 8:00 – 18:00 หยุดวันอาทิตย์
  • Restaurant — เปิด 11:00 – 21:30 หยุดวันพุธ
  • Clinic — เปิด 9:00 – 17:00 หยุดวันอาทิตย์

Trade Depot

Trade Depot คือย่านการค้าของเมือง ที่แห่งนี้จะมีร้านค้าต่าง ๆ จากต่างเมืองมาสลับสับเปลี่ยนกันเปิดขายของถึง 7 ร้าน แต่ในช่วงต้นของเกมนั้นจะมีเพียงร้านเดียวเท่านั้น คือร้านจากเมือง Silk Country ส่วนร้านที่เหลือจำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขของเกมเพิ่อปลดล็อกไปทีละร้าน

สำหรับ 4 เมืองแรกที่เราต้องปลดล็อกนั้นสามารถทำได้ไม่ยากมากนัก เพียงแค่เราพยายามหาของมาขายที่ร้านค้าต่าง ๆ ในย่านนี้ ให้ยอดขายรวมสะสมเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงเป้า ร้านใหม่ ๆ ก็จะปลดล็อกได้เอง แต่ 2 เมืองสุดท้ายจะยากกว่าเพราะนอกจากต้องทำยอดให้ถึงแล้ว ยังต้องหาของฌแพาะเจาะจงหลายอย่างมาขายให้ครบจำนวนตามเงื่อนไขด้วย ถึงจะปลดล็อกได้สำเร็จ

Silk Country

ร้านนี้จะมีตั้งแต่เริ่มเกม มี Asche (แอช) เป็นผู้ดูแลร้าน ที่นี่จะขายของทั่ว ๆ ไป คล้าย ๆ กับร้าน General Store ในเมือง แต่ของจะมีมากและหลากหลายกว่า หากเรากำลังมองหาเมล็ดพันธุ์มาปลูกในแต่ละฤดู แนะนำให้มาหาดูที่ร้านนี้ก่อน นอกจากนี้ร้านยังขายพิมพ์เขียวพื้นฐานสำคัญ ๆ หลายอย่างด้วย เช่น ครัว, ตู้เย็น, ลังเก็บของ ฯลฯ

Cabin Country

ร้านนี้ปลดล็อกได้เมื่อผ่านวันที่ 1 ฤดูร้อนไปแล้ว และทำยอดขายของรวมที่ร้าน Silk Country ได้ถึง 100,000 G ขึ้นไป หลังจากนั้นเราจะได้พบกับ Marielle (มารีเอล) เธอจะเป็นเจ้าของร้าน Cabin Country ร้านนี้จะขายพวกขนมสัตว์ มีเมล็ดบ้าง แล้วก็ยังมีพวกไหมพรมหรือผ้าต่าง ๆ ด้วย

Sakura Country

ร้านนี้จะปลดล็อกหลังจากถึงวันที่ 1 ฤดูใบไม้ร่วง, และทำยอดขายที่ย่านการค้านี้ได้ถึง 200,000 G ขึ้นไปแล้ว Yoshino (โยชิโนะ) จะเป็นคนดูแลร้าน เขาจะขายของที่เน้นไปทางสไตล์โลกฝั่งตะวันออกหน่อย อย่างต้นข้าว ต้นชา ต้นพีช หน่อไม้ ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีเมล็ดไม้ยืนต้นขายหลากหลาย ที่สำคัญร้านนี้เริ่มมีสุนัขขายด้วยนะ แต่ต้องรอถึงฤดูร้อนปีที่ 2 เป็นอย่างน้อย

Wheat Country

เมื่อเราสามารถทำยอดขายที่ย่านการค้าได้ถึง 500,000 G ขึ้นไป เราจะได้พบกับ Kenneth (เคนเนธ) เขาจะขายพวกเมล็ดระดับสูงขึ้น แพงขึ้นด้วย เช่นพวกข้าวโพด ฟักทอง หรือเมลอน และเมื่อเล่นไปถึงฤดูใบไม้ผลิปีที่ 2 เมื่อไหร่ ร้านจะเอาพิมพ์เขียวเรือนกระจกมาขายด้วย มีประโยชน์มาก ๆ เลย สำหรับคนอยากปั๊มดาวผักนะ

Rose Country

ร้านนี้เมื่อเราสามารถทำยอดขายได้ถึง 1,000,000 G แล้ว Ennio (เอนนิโอ) จะมาตั้งร้านในนาม Rose Country ร้านนี้มีเมล็ดดอกไม้ขายมากมาย เมล็ดผักก็มีขายด้วยนิดหน่อย นอกจากนั้นยังมีพวกสมุนไพรมาขายด้วย ซึ่งภาคนี้ดูเหมือนว่าสมุนไพรจะหาได้ไม่ง่ายอย่างที่คิด หากต้องทำอาหารเมนูสมุนไพรละก็ ลองแวะมาร้านนี้ดู

Tropical Country

เมืองที่ปลดล็อกอยากที่สุด ซึ่งมีเจ้าของร้านเป็น Yolanda (โยลันดา) เธอจะขายเมล็ดแพง ๆ อย่าง สับปะรด หรือแตงโม สำหรับเงื่อนไขการปลดล็อกร้านคือทำยอดขายให้ได้ 3,000,000 G นอกจากนั้นยังต้องขายของเฉพาะบางอย่างให้ครบจำนวนด้วย ซึ่งการเลือกระดับความยากในตอนเริ่มเกมจะมีผลต่อจำนวนของที่ต้องหาด้วยเช่นกัน

ประเภทOriginal modeSeedling mode
tools10070
seeds500350
vesture15,00010,500
cooked recipes15,00010,500
processed goods10,0007,000
wardrobe600420

Icy Country

Katrina (แคทรีนา) จะเป็นเจ้าของร้าน เธอจะเน้นขายของจำพวกพิมพ์เขียวสิ่งก่อสร้าง และพวกพิมพ์เขียวเครื่องมือระดับสุดยอด นอกจากนั้นร้านของเธอยังมี Ice ขายเยอะมาก ๆ เมื่อเทียบกับร้าน Silk Country ซึ่งภายในเกมจะมีทั้งอาหารและสิ่งก่อสร้างบางอย่างที่จำเป็นต้องใช้น้ำแข็งเยอะ ๆ ด้วย

เงื่อนไขการปลดล็อกร้านนี้คือต้องขายของให้ได้ถึง 3,000,000 G และต้องหาของเฉพาะมาขาย ซึ่งการเลือกเล่นระดับความยากของเกมนั้น มีผลกับจำนวนของที่ต้องหามาอีกด้วย

ประเภทOriginal modeSeedling mode
fences10070
decorations200140
garden objects200140
streets10070
furnitures10070
wallpaper / flooring10070

นอกจากนั้น การขายของในย่านการค้า แต่ละร้านจะมีคะแนนลูกค้า หรือแบบที่เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือนค่าความสัมพันธ์ ยิ่งซื้อบ่อย คะแนนยิ่งได้มาก โดยแต่ละร้านจะมีคะแนนสูงสุดอยู่ที่ร้านละ 10,000 คะแนน และคะแนนนี้จะไม่มีทางลดลง